สารจากกรรมการผู้จัดการ

สารจากกรรมการผู้จัดการ

นางลินดา ลีสหะปัญญา
กรรมการผู้จัดการ

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ในปี พ.ศ. 2563 นับเป็นปีที่ท้าทาย โรงพยาบาลฯ ครบรอบ 40 ปี ในช่วงของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นับเป็นประวัติศาสตร์ที่สำคัญของโรงพยาบาลฯ อีกครั้ง หลังจากในอดีตที่เราสามารถฝ่าฟันมาได้ ตั้งแต่วิกฤตการณ์ทางการเงินในเอเชีย พ.ศ. 2540 การแพร่ระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงหรือโรคซาร์ส (SARS) การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ (H1N1) และการระบาดของโรคเมอร์ส (MERS) หรือโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นความท้าทายที่รุนแรงที่สุดที่เราเผชิญมาจนถึงตอนนี้เมื่อรัฐบาลออกกฎหมาย ออกมาตรการจำกัดการเดินทางในวงกว้างเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส ที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นภายในประเทศ

ในอดีตที่ผ่านมาโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์สามารถตรวจพบผู้ป่วยโรคเมอร์สรายแรกที่เดินทางมาจากตะวันออกกลาง และช่วยสกัดกั้นไม่ให้มีการแพร่กระจายเชื้อในประเทศ จนได้รับการชมเชยจากองค์การอนามัยโลก และกระทรวงสาธารณสุขของไทย ซึ่งสะท้อนจากประสบการณ์และความมุ่งมั่นหลายทศวรรษในการรักษาความเป็นเลิศทางการแพทย์และการปฏิบัติงาน ทำให้เราประสบความสำเร็จและสามารถผ่านวิกฤตการณ์ในปี 2563 มาได้

ในช่วงไตรมาสที่ 1 โรงพยาบาลได้เริ่มให้บริการโทรเวชกรรม (Tele-consultation) และบริการสุขภาพดีอยู่ที่บ้าน ในรูปแบบ Bumrungrad@Home Services แก่ผู้ป่วยของเราทำให้ผู้ป่วยสามารถติดต่อกับแพทย์ รับยา ฉีดวัคซีน และเก็บตัวอย่างได้ง่ายขึ้นและสะดวกสบายมากขึ้น ช่องทางนี้ช่วยให้ผู้ป่วยที่ไว้วางใจและต้องการบริการที่มีคุณภาพของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ แต่ไม่สามารถหรือไม่สะดวกที่จะเข้ามารับบริการที่โรงพยาบาลได้ บริการโทรเวชกรรม (Tele-consultation) ของเราได้รับการตอบรับอย่างดีทั้งจากผู้ป่วยในและต่างประเทศ และเราได้เปิดตัวคลินิก “60 วินาที” โดยให้บริการฉีดวัคซีน รับยาและเจาะเลือดภายในเวลานั้น นอกจากนี้ทางโรงพยาบาลได้จัดตั้งศูนย์พันธุศาสตร์เชิงป้องกัน และสุขภาพครอบครัว (Preventive Genomics & Family Check-up Services Center) เพื่อให้บริการตรวจวินิจฉัย รักษา และให้คำปรึกษา แนะนำเกี่ยวกับโรคที่เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมแห่ง และลดความเสี่ยงของโรคทางพันธุกรรมและการแพ้ยา

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ยังคงความมุ่งมั่นในการดูแลผู้ป่วยในต่างประเทศ ที่ได้ติดต่อมาเพื่อขอรับการรักษา โดยพยายามที่จะหาช่องทางและเชื่อมต่อกับผู้ป่วยต่างชาติของเรา ตัวอย่างเช่น การจัดเที่ยวบินบำรุงราษฎร์บรรเทาทุกข์ 2 เที่ยวบิน ซึ่งเป็นการเช่าเครื่องบินแบบเหมาลำเพื่อนำผู้ป่วยและญาติของผู้ป่วยเดินทางเข้ามายังประเทศไทย จากประเทศเมียนมาร์อย่างปลอดภัย นอกจากนั้นยังมีบริการรถตู้แบบพิเศษที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นไว้ให้บริการรับส่งผู้ป่วยที่เดินทางทางบกจากประเทศกัมพูชาและประเทศลาวอีกด้วย

นอกจากนี้ ทางโรงพยาบาลฯ ได้สมัครเข้าร่วมเป็นโรงพยาบาลคู่สัญญากับโรงแรมที่ใช้เป็นพื้นที่กักตัวในไทย Alternative State Quarantine (ASQ) Hotel และเข้าร่วมเป็นสถานกักกันในโรงพยาบาลทางเลือก (Alternative Hospital Quarantine: AHQ) และในขณะที่ผู้ป่วยเข้ารับการดูแลภายใต้ระเบียบและมาตรการที่เข้มงวด ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางความรู้สึกและความเครียดในระหว่างการกักตัว บำรุงราษฎร์จึงได้พัฒนาทรัพยากรและเทคโนโลยีเพื่อให้ประสบการณ์ และลดผลกระทบระหว่างการแยกทางสังคมชั่วคราว ซึ่งเป็นแนวทางที่เน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางและความปลอดภัยของผู้ป่วยซึ่งเป็นหัวใจหลักของทุกสิ่งที่เราทำ ณ ปัจจุบันเรามีรายชื่อผู้ป่วยในต่างประเทศกว่า 400 คนที่อยู่ในระหว่างการยื่นขออนุญาตจากรัฐบาลเพื่อเดินทางเข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

อีกประเด็นสำคัญสำหรับปีนี้คือการให้ความสำคัญกับการสื่อสารและการเชื่อมต่อ เราไม่เพียงแจ้งให้ผู้ป่วยทราบถึงมาตรการเพื่อความปลอดภัยเท่านั้น แต่เรายังสื่อสารกับประชาชนชาวไทยเพื่อช่วยส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคและวิธีป้องกันตัวเอง ในระหว่างปีเราได้เปิดสายด่วน 1378 และแอปพลิเคชั่นบำรุงราษฎร์ ที่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถจอง ปรับเปลี่ยน ตรวจสอบการนัดหมาย เลือกซื้อโปรโมชั่น หรือแพ็คเกจล่าสุด และสามารถลงทะเบียนในโปรแกรมบัตรสะสมคะแนนของเราได้อย่างราบรื่น แอปพลิเคชั่นนี้เป็นแพลตฟอร์มที่ให้บริการเพิ่มเติมและสามารถจัดการสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ใช้ได้ นอกจากนี้ บำรุงราษฎร์ยังจัดทำแคมเปญการตลาดออนไลน์ที่ตรงเป้าหมายมากขึ้นและในโซเชียลมีเดีย แคมเปญเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราปรับตัวให้เข้ากับแนวโน้มการบริโภคสื่อที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ยังช่วยให้เราสามารถวัดประสิทธิภาพและจัดการผลตอบแทนจากการใช้จ่ายทางโฆษณาได้มากขึ้น

ความร่วมมือทางการแพทย์เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เราให้ความสำคัญมาตลอด ในปีนี้เราได้เปิดศูนย์ความเป็นเลิศด้านการผ่าตัดข้อและกระดูกสันหลัง 4 แห่งกับโรงพยาบาลพันธมิตรภายใต้เครือข่ายบำรุงราษฎร์ (Bumrungrad Health Network) ซึ่งเป็นช่องทางในการขยายธุรกิจที่สำคัญ โดยการนำเสนอบริการที่คล้ายคลึงกันกับโรงพยาบาลฯ ในเครือข่ายในความเชี่ยวชาญด้านอื่น ๆ เช่น โรคมะเร็ง ในปีต่อ ๆ ไป โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์จับมือกับ The 1 Card ของ Central Group เพื่อให้ลูกค้าของเราสามารถสะสมคะแนนเมื่อมีการใช้จ่ายกับโรงพยาบาล รูปแบบการทำงานร่วมกันนี้นำมาซึ่งฐานผู้ป่วยรายใหม่และสนับสนุนการใช้จ่ายในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจท้าทาย

นอกจากนี้โรงพยาบาลฯ ได้ปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ป่วยที่เปลี่ยนแปลง บริการรูปแบบใหม่นั้นจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วยสามารถขอรับการรักษาและคำแนะนำทางไกลได้ ซึ่งรวมถึงการให้คำปรึกษาทางไกล, การแพทย์ทางไกล, บริการบำรุงราษฎร์แอทโฮม, บริการ 60 วินาที, แอปพลิเคชั่นบำรุงราษฎร์และสายด่วน 1378 เพื่อรองรับความต้องการของผู้ป่วยที่แตกต่างกัน รวมถึงแคมเปญ 40 ปีโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ขอดูแลคนไทยในช่วงสถานการณ์ปัจจุบันด้วยแพ็กเกจตรวจสุขภาพราคาสุดพิเศษ ขณะนี้มีแพ็คเกจสุขภาพที่หลากหลายกว่า 150 รายการ บริการใหม่อื่น ๆ ได้แก่ ศูนย์พันธุศาสตร์เชิงป้องกัน และสุขภาพครอบครัว ที่ให้บริการตรวจวินิจฉัย รักษา และให้คำปรึกษา แนะนำเกี่ยวกับโรคที่เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมแห่ง และลดความเสี่ยงของโรคทางพันธุกรรมและการแพ้ยา

ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ซึ่งเป็นบริษัท ในเครือของเราได้ขยายการให้บริการในปี 2563 ที่มุ่งเน้นการให้บริการด้านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมระดับโลก ได้เปิดตัว Vitallife @ Bang Krachao ที่ RAKxa ซึ่งเป็นสถานพยาบาลเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพแบบครบวงจร ตั้งอยู่ท่ามกลางแมกไม้เขียวชอุ่ม คุ้งแม่น้ำเจ้าพระยาในโครงการบางกระเจ้า นับเป็นสถานบริการฟื้นฟูสุขภาพและพักผ่อนแห่งแรกในประเทศไทย และในเดือนแรกของการดำเนินการ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ฯ ขายสมาชิกได้กว่า 40 ราย เราเชื่อว่า RAKxa จะเป็นจุดหมายปลายทางด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการเดินทางไม่ถูกจำกัด

ดิฉันขอขอบคุณผู้ถือหุ้น คณะกรรมการ แพทย์ ทันตแพทย์ เจ้าหน้าที่ และผู้บริหารทุกท่าน ที่ร่วมทำงานอย่างทุ่มเทและตั้งใจตลอดปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการทางการแพทย์ทุกคนที่ยังทุ่มเทและยึดมั่นในการให้บริการผู้ป่วยของเราด้วยมาตรฐานระดับสูงตลอดการระบาดนี้ และท้ายนี้ดิฉันขอขอบคุณผู้ป่วยทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มากว่า 40 ปี ด้วยการคงค่ารักษาพยาบาลในหกเดือนแรกของปี 2564 นี้ ดิฉันเชื่อมั่นว่าโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์จะยังคงเป็นโรงพยาบาลที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกและเติบโตยิ่งขึ้นต่อไป