ข่าว

คำอธิบายและวิเคราะห์งบการเงินไตรมาส 2 ปี 2550

Backสิงหาคม 15, 2550

ที่ SET 50/37

 

14 สิงหาคม 2550

เรื่อง คำอธิบายและการวิเคราะห์ฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท ประจำไตรมาส 2 ปี 2550

เรียน กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

1. เกณฑ์ในการจัดทำงบการเงินรวม
เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2550 บริษัทได้สละสิทธิในการจองหุ้นสามัญที่ออกใหม่ของบริษัทบำรุง ราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ("BIL") เพื่อให้ Asian Financial Holding ("AFH") เข้าถือหุ้นใน BIL 19.5% เป็นผลให้บริษัทลดสัดส่วนการถือหุ้นใน BIL จาก 50.0% เป็น 31.5% และเปลี่ยนสถานะจาก บริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม ดังนั้นรายการบัญชีของ BIL ได้รวมอยู่ในงบการเงินรวมของบริษัท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2550 ขณะที่ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 รายการบัญชีของ BIL ไม่ได้รวมอยู่ในงบการเงินรวมของ บริษัท โดยที่บริษัทใช้วิธีส่วนได้เสียแทน เป็นผลให้งบกำไรขาดทุนงวด 6 เดือนของปี 2549 สะท้อนผลการ รวมรายการบัญชีของ BIL ในงบการเงินของบริษัททั้ง 6 เดือน ในขณะที่งบกำไรขาดทุนงวด 6 เดือนของปี 2550 สะท้อนผลการรวมรายการบัญชีของ BIL ในงบการเงินของบริษัทเฉพาะในไตรมาสแรก และการใช้วิธี ส่วนได้เสียของผลประกอบการของ BIL ในไตรมาสที่สอง

2. รายได้ กำไรสุทธิ และอัตรากำไร (Margins)
ในไตรมาส 2 ปี 2550 บริษัทมีรายได้จากกิจการโรงพยาบาล 2,061 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จาก 1,852 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2549 เนื่องจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของกิจการโรงพยาบาล โดย ที่รายได้จากผู้ป่วยในเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 11 และรายได้จากผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 12 รายได้ รวมในไตรมาส 2 ปี 2550 เท่ากับ 2,114 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ 1,918 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2549 เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ซึ่งน้อยกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้จากกิจการโรงพยาบาล เนื่องจากในไตรมาส 2 ปี 2550 บริษัทไม่ได้รวมรายการบัญชีรายได้จากกิจการบริหารโรงพยาบาลของ BIL

สำหรับไตรมาส 2 ปี 2550 บริษัทมีต้นทุนกิจการโรงพยาบาล 1,265 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากไตรมาส 2 ปี 2549 ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้เล็กน้อย เนื่องจากมีการรักษาพยาบาล โรคซึ่งมีความซับซ้อนมากขึ้น (higher intensity) ดังนั้น อัตรากำไรขั้นต้นจึงเพิ่มขึ้นเป็น 38.6% ในไตรมาส 2 ปี 2550 จาก 37.7% ในไตรมาส 2 ปี 2549

บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการบริหาร 323 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2550 ส่วนในไตรมาส 2 ปี 2549 บริษัทรายงานค่าใช้จ่ายในการบริหาร 275 ล้านบาท ซึ่งรวมการกลับรายการค่าใช้จ่ายค้างจ่ายเกี่ยวกับหุ้นกู้ ที่คาดว่าจะออก ซึ่งไม่เกี่ยวกับการดำเนินงานโดยปกติของบริษัท และเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว จำนวน 20 ล้าน บาท ซึ่งเมื่อตัดรายการนี้ออก ค่าใช้จ่ายในการบริหารในไตรมาส 2 ปี 2549 จะเท่ากับ 295 ล้านบาท เป็น ผลให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 10 สำหรับไตรมาส 2 ปี 2550 ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้ และต้นทุนของบริษัท กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ของบริษัท เพิ่มขึ้นจาก 466 ล้านบาท (ไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) ในไตรมาส 2 ปี 2549 เป็น 524 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2550 ส่วนอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA margin) ในไตรมาส 2 ปี 2550 อยู่ที่ 24.8% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 24.3% ในไตรมาส 2 ปี 2549

บริษัทมีส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 4 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2550 ซึ่งเป็นส่วน แบ่งขาดทุนจาก BIL ในขณะที่ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม จำนวน 17 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2549 เป็นส่วนแบ่งขาดทุนจาก Asian Hospital Inc. ("AHI") ซึ่งเป็นบริษัทร่วมของ BIL ในประเทศ ฟิลิปปินส์ เนื่องจากในปี 2549 รายการบัญชีของ BIL ได้รวมอยู่ในงบการเงินรวมของบริษัท เช่นเดียวกัน ใน ไตรมาส 2 ปี 2549 บริษัทมีขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยของบริษัทย่อย 4 ล้านบาท ซึ่งเป็น ของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยของ BIL ในขณะที่บริษัทไม่มีการบันทึกรายการขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นส่วน น้อยของบริษัทย่อยในไตรมาส 2 ปี 2550 เนื่องจากงบการเงินรวมของบริษัทไม่ได้รวมรายการบัญชีของ BIL

บริษัทมีกำไรสุทธิ 283 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2550 เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จาก 246 ล้านบาท (ไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) ในไตรมาส 2 ปี 2549 และเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากกำไรสุทธิที่รายงาน 266 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2549 และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 13.4% ในไตรมาส 2 ปี 2550 เทียบกับ 12.9% (กำไรสุทธิไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) และ 13.9% (กำไรสุทธิที่รายงาน) ในไตรมาส 2 ปี 2549

ในครึ่งปีแรกของปี 2550 บริษัทมีรายได้จากกิจการโรงพยาบาล 4,119 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จาก 3,719 ล้านบาทในครึ่งปีแรกของปี 2549 เนื่องจากการเติบโตของรายได้จากผู้ป่วยใน ในอัตราร้อย ละ 10 และรายได้จากผู้ป่วยนอก ในอัตราร้อยละ 12 รายได้รวมในครึ่งปีแรกของปี 2550 เท่ากับ 4,246 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับ 3,841 ล้านบาทในครึ่งปีแรกของปี 2549 บริษัทมีรายได้จากการ บริหารโรงพยาบาล 17 ล้านบาทในครึ่งปีแรกของปี 2550 น้อยกว่า 37 ล้านบาทในครึ่งปีแรกของปี 2549 เนื่องจากรายได้ในครึ่งปีแรกของปี 2550 รวมรายได้จากกิจการโรงพยาบาลเพียงไตรมาสแรกของ BIL จาก การที่ ในไตรมาส 2 ปี 2550 บริษัทไม่ได้รวมรายการบัญชีของ BIL ในงบการเงินรวมของบริษัทอีกต่อไป

บริษัทมีต้นทุนกิจการโรงพยาบาล 2,522 ล้านบาท ในครึ่งปีแรกของปี 2550 เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากครึ่งปีแรกของปี 2549 ดังนั้น อัตรากำไรขั้นต้นจึงเพิ่มขึ้นจาก 37.7% ในครึ่งปีแรกของปี 2549 เป็น 38.8% ในครึ่งปีแรกของปี 2550

ค่าใช้จ่ายในการบริหารของบริษัทในครึ่งปีแรกของปี 2550 อยู่ที่ 655 ล้านบาท เทียบกับ 570 ล้านบาท (ไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว 20 ล้านบาท) ในครึ่งปีแรกของปี 2549 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 ซึ่งเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้และต้นทุนกิจการโรงพยาบาล จากการเพิ่มขึ้นของ ค่าใช้จ่ายในการโฆษณาและเงินเดือนและค่าจ้างในไตรมาส 1 ปี 2550 กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม ราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เพิ่มขึ้นจาก 947 ล้านบาท (ไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) ในครึ่ง ปีแรกของปี 2549 เป็น 1,056 ล้านบาทในครึ่งปีแรกของปี 2550 ส่วนอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA margin) เพิ่มขึ้นเล็กน้อย จาก 24.7% ในครึ่งปีแรกของปี 2549 เป็น 24.9% ในครึ่งปีแรกของปี 2550

บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 4 ล้านบาทในครึ่งปีแรกของปี 2550 ซึ่งเป็นส่วน แบ่งขาดทุนจาก BIL จำนวน 4 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2550 บวกกับส่วนแบ่งกำไรจาก AHI จำนวน 8 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2550 ในขณะที่ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม จำนวน 18 ล้านบาท ในครึ่งปีแรกของปี 2549 เป็นส่วนแบ่งขาดทุนจาก AHI ทั้งจำนวน เช่นเดียวกัน ในครึ่งปีแรกของปี 2549 บริษัทมีขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยของบริษัทย่อย 5 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการขาดทุนของผู้ ถือหุ้นส่วนน้อยของ BIL ทั้ง 6 เดือน ในขณะที่ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยของบริษัทย่อย 2 ล้านบาท ในครึ่งปีแรกของปี 2550 เป็นรายการขาดทุนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยของ BIL เพียง 3 เดือนแรก เนื่องจากในไตรมาส 2 ปี 2550 งบการเงินรวมของบริษัทไม่ได้รวมรายการบัญชีของ BIL อีกต่อไป

บริษัท มีกําไรสุทธิ 579 ล้านบาทในครึ่ง ปีแรกของปี 2550 เพิ่มขึ้น ร้อยละ 13 จากผลการ ดำเนินงานของโรงพยาบาล จาก 513 ล้านบาท (ไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) ในครึ่งปีแรกของปี 2549 และเพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากกำไรสุทธิที่รายงาน 533 ล้านบาท ในครึ่งปีแรกของปี 2549 และอัตรา กำไรสุทธิอยู่ที่ 13.6% ในครึ่งปีแรกของปี 2550 เทียบกับ 13.4% (กำไรสุทธิไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้ง เดียว) และ 13.9% (กำไรสุทธิที่รายงาน) ในครึ่งปีแรกของปี 2549

บริษัทมีกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานเท่ากับ 0.39 บาทต่อหุ้นในไตรมาส 2 ปี 2550 เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จาก 0.37 บาทต่อหุ้นในไตรมาส 2 ปี 2549 เช่นเดียวกัน กำไรต่อหุ้นแบบปรับลดเพิ่มร้อยละ 6 เป็น 0.33 บาทต่อหุ้นในไตรมาส 2 ปี 2550 จาก 0.31 บาทต่อหุ้นในไตรมาส 2 ปี 2549 สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2550 บริษัทมีกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานเท่ากับ 0.79 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 จาก 0.73 บาทต่อหุ้นใน ครึ่งปีแรกของปี 2549 เช่นเดียวกัน กำไรต่อหุ้นแบบปรับลดเพิ่มร้อยละ 10 เป็น 0.67 บาทต่อหุ้นในครึ่งปี แรกของปี 2550 จาก 0.61 บาทต่อหุ้นในครึ่งปีแรกของปี 2549

(หน่วย: ล้านบาท)
ไตรมาส 2/50
ไตรมาส 2/49
Y-o-Y Growth
ครึ่งปีแรก ปี 2550
ครึ่งปีแรก ปี 2549
Growth
รายได้จากกิจการโรงพยาบาล
2,061
1,852
11%
4,119
3,719
11%
รายได้รวม
2,114
1,918
10%
4,246
3,841
11%
กำไรขั้นต้น
796
698
14%
1,597
1,402
14%
อัตรากำไรขั้นต้น
38.6%
37.7%
38.8%
37.7%
กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) (ไม่รวมค่าใช้จ่ายที่ เกิดขึ้นครั้งเดียว)
524
466
12%
1,056
947
12%
อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA Margin)
24.8%
24.3%
24.9%
24.7%
กำไรสุทธิ (ไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว)
283
246
15%
579
513
13%
อัตรากำไรสุทธิ (ไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว)
13.4%
12.9%
13.6%
13.4%
กำไรสุทธิ
283
266
6%
579
533
9%
อัตรากำไรสุทธิ
13.4%
13.9%
13.6%
13.9%
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน
0.39
0.37
5%
0.79
0.73
8%
กำไรต่อหุ้นแบบปรับลด
0.33
0.31
6%
0.67
0.61
10%

3. งบดุล
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 บริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียน 1,360 ล้านบาท ลดลงจาก 1,629 ล้าน บาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 จากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจาก 854 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 เป็น 510 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 เนื่องจากไม่มีการรวม เงินสด ของ BIL ในงบการเงินรวมของบริษัท เงินลงทุนในบริษัทร่วมของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 465 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 เป็น 1,055 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 เงินลงทุนจำนวน 465 ล้านบาทใน ปี 2549 คือการบันทึกเงินลงทุนใน AHI ด้วยวิธีราคาทุน เนื่องจาก ณ ขณะนั้น รายการบัญชีของ BIL ได้ รวมอยู่ในงบการเงินรวมของบริษัท ในขณะที่ เงินลงทุนจำนวน 1,055 ล้านบาท เป็นการบันทึกเงินลงทุนใน BIL ด้วยวิธีราคาทุน เนื่องจากงบการเงินรวมของบริษัทไม่ได้รวมรายการบัญชีของ BIL เป็นผลให้บริษัทมี สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เป็น 6,935 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 จาก 6,623 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549

หนี้สินรวมของบริษัท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 เท่ากับ 3,326 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จาก 2,994 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 จากการเพิ่มขึ้นของภาษีเงินได้นิติบุคคลค้างจ่ายและ ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย นอกจากนี้ บริษัทได้เบิกเงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มอีกจำนวน 330 ล้านบาท หักด้วยการจ่าย คืนเงินกู้ยืมระยะยาว 164 ล้านบาท เป็นผลให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net debt to equity) เพิ่มขึ้นจาก 0.24 เท่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 เป็น 0.39 เท่า ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 อัตราความสามารถ ชำระดอกเบี้ยของบริษัทดีขึ้น เป็น 19.2 เท่าในครึ่งปีแรกของปี 2550 จาก 16.8 เท่าในครึ่งปีแรกของปี 2549

ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท (ไม่รวมส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยของบริษัทย่อย) เพิ่มขึ้นเป็น 3,608 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 จาก 3,284 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 จากกำไรสุทธิ ครึ่งปีแรกของปี 2550 จำนวน 579 ล้านบาท หักด้วยเงินปันผลจ่ายจำนวน 329 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยของบริษัทย่อย 344 ล้านบาท ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นส่วนน้อย ของ BIL ในขณะที่บริษัทไม่มีส่วนของผู้ถือหุ้ นส่วนน้อยของบริษัทย่อย ณ วัน ที่ 30 มิถุนายน 2550

เนื่องจากรายการบัญชีของ BIL ไม่ได้รวมอยู่ในงบการเงินรวมของบริษัท อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ เฉลี่ยปรับเทียบเต็มปี (Annualized Average ROA) อยู่ที่ 17.1% และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นเฉลี่ย ปรับเทียบเต็มปี (Annualized Average ROE) ยังคงสูงอยู่ที่ 32.0% สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2550

4. สภาพคล่อง
ในครึ่งปีแรกของปี 2550 บริษัทมีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน จำนวน 676 ล้านบาท เทียบกับ 636 ล้านบาท ในครึ่งปีแรกของปี 2549 การเพิ่มขึ้นดังกล่าว เนื่องมาจากผลกำไรที่ดีขึ้นของ บริษัท กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนเพิ่มขึ้น เป็น 405 ล้านบาทในครึ่งปีแรกของปี 2550 จาก 187 ล้านบาท ในครึ่งปีแรกของปี 2549 เนื่องจากการลงทุนเพิ่มใน BIL จำนวน 266 ล้านบาท เงินสดสุทธิใช้ไป ในกิจกรรมจัดหาเงินลดลง จาก 502 ล้านบาทในครึ่งปีแรกของปี 2549 เป็น 172 ล้านบาทในครึ่งปีแรก ของปี 2550 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะยาว จำนวน 330 ล้านบาท เป็นผลให้บริษัทมีเงินสดและ รายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวดเพิ่มขึ้นเป็น 510 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 จาก 491 ล้าน บาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2549

อัตราส่วนสภาพคล่องณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 อยู่ที่ 0.76 เท่า เท่ากับณ วันที่ 30 มิถุนายน 2549 อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 อยู่ที่ 0.61 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.53 เท่าณ วันที่ 30 มิถุนายน 2549 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า จาก 402 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2549 เป็น 574 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 เนื่องจากบริษัทมีลูกค้าเป็นบริษัทประกันและ บริษัทคู่สัญญาที่เป็นต่างชาติมากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้เวลาในการดำเนินการและเก็บหนี้นานขึ้น

5. การเปลี่ยนแปลงวิธีการบันทึกบัญชี
บริษัทมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบันทึกบัญชีของเงินลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทร่วม และกิจการ ที่ควบคุมร่วมกันในงบการเงินเฉพาะกิจการจากวิธีส่วนได้เสียมาเป็นวิธีราคาทุน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550 เพื่อให้เป็นไปตามประกาศสภาวิชาชีพบัญชี ฉบับที่ 26/2549 เรื่องมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 44 เรื่อง "งบการเงินรวมและการบัญชีสำหรับเงินลงทุนในบริษัทย่อย" (แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1) โดยบริษัทได้ ปรับปรุงย้อนหลังงบการเงินที่แสดงเปรียบเทียบด้วย ทั้งนี้ เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมที่แสดงอยู่ ในงบการเงินเฉพาะกิจการนั้น บันทึกด้วยวิธีราคาทุน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าวส่งผลกระทบดังนี้

ก. กำไรสุทธิในงบการเงินเฉพาะกิจการไม่เท่ากับกำไรสุทธิในงบการเงินรวม

i. ในไตรมาส 2 ปี 2550 งบการเงินเฉพาะกิจการแสดงกำไรสุทธิ 275 ล้านบาท น้อยกว่างบ การเงินรวมที่แสดงกำไรสุทธิ 283 ล้านบาท เป็นจำนวน 8 ล้านบาท และในไตรมาส 2 ปี 2549 งบการเงินเฉพาะกิจการแสดงกำไรสุทธิ 236 ล้านบาท น้อยกว่างบการเงินรวมที่แสดง กำไรสุทธิ 266 ล้านบาท เป็นจำนวน 30 ล้านบาท เนื่องจากงบการเงินเฉพาะกิจการไม่ได้ รวมรายการส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนซึ่งบันทึกโดยวิธีส่วนได้เสียจำนวน 8 ล้านบาทและ 30 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2550 และ ไตรมาส 2 ปี 2549 ตามลำดับ

ii. ในครึ่งปีแรกของปี 2550 งบการเงินเฉพาะกิจการแสดงกำไรสุทธิ 560 ล้านบาท น้อยกว่างบ การเงินรวมที่แสดงกำไรสุทธิ 579 ล้านบาท เป็นจำนวน 19 ล้านบาท และในครึ่งปีแรกของปี 2549 งบการเงินเฉพาะกิจการแสดงกำไรสุทธิ 490 ล้านบาท ต่ำกว่างบการเงินรวมที่แสดง กำไรสุทธิ 533 ล้านบาท เป็นจำนวน 43 ล้านบาท เนื่องจากงบการเงินเฉพาะกิจการไม่ได้ รวมรายการส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนซึ่งบันทึกโดยวิธีส่วนได้เสียจำนวน 19 ล้านบาท และ 43 ล้านบาทในครึ่งปีแรกของปี 2550 และ ครึ่งปีแรกของปี 2549 ตามลำดับ

ข. ผลกระทบต่องบดุลของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 มีดังต่อไปนี้

เงินลงทุนในบริษัทย่อยลดลง (สุทธิจากส่วนเกินมูลค่าเงินลงทุน ที่สูงกว่ามูลค่าตามบัญชีของบริษัทย่อย) 99
ล้านบาท
การแปลงค่างบการเงินลดลง 13
ล้านบาท
ส่วนเกินทุนจากการที่บริษัทย่อยขายหุ้นให้บุคคลภายนอกเกินมูลค่าที่ตราไว้ลดลง 156
ล้านบาท
กำไรสะสมเพิ่มขึ้น 70
ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนโยบายบัญชีดังกล่าวส่งผลต่อการแสดงรายการบัญชีที่เกี่ยวข้องกับ เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมในงบการเงินเฉพาะกิจการเท่านั้น ไม่ได้มีผลกระทบต่อการจัดทำงบ การเงินรวมและปัจจัยพื้นฐานในการทำธุรกิจของบริษัทแต่อย่างใด

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

 

ขอแสดงความนับถือ

 

(นางลินดา ลีสหะปัญญา)
กรรมการผู้จัดการ

Attachments

  • 20070815_bhT1.pdf (Size: 138,712 bytes)