ข่าว

คำอธิบายและวิเคราะห์งบการเงิน ไตรมาส 1 ปี 2550

Backพฤษภาคม 15, 2550

ที่ SET 50/21

15 พฤษภาคม 2550

เรื่อง คำอธิบายและการวิเคราะห์ฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท ประจำไตรมาส 1 ปี 2550

เรียน กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

1. รายได้ กำไรสุทธิ และอัตรากำไร (Margins)
ในไตรมาส 1 ปี 2550 บริษัทมีรายได้รวม 2,135 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จาก 1,923 ล้าน บาทในไตรมาส 1 ปี 2549 เนื่องจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของกิจการโรงพยาบาล โดยที่รายได้จากผู้ป่วยในเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 8 และรายได้จากผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 13 สำหรับไตรมาส 1 ปี 2550 บริษัทมีต้นทุนกิจการโรงพยาบาล 1,257 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 จากไตรมาส 1 ปี 2549 ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้เนื่องจาก มีการรักษาพยาบาล โรคซึ่งมีความซับซ้อนมากขึ้น (higher intensity) ดังนั้น อัตรากำไรขั้นต้นจึงเพิ่มขึ้นเป็น 38.9% ในไตรมาส 1 ปี 2550 จาก 37.7% ในไตรมาส 1 ปี 2549 ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหาร เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 จากไตรมาสเดียวกันในปีก่อน เป็น 332 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2550 จากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการโฆษณาในไตรมาส 1 ปี 2550 จากการเปิดตัวโฆษณาทางโทรทัศน์ และสื่อสิ่งพิมพ์ สำหรับตลาดเป้าหมายในประเทศและการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนและค่าจ้างจากการ เพิ่มปริมาณการว่าจ้างตลอดปี 2549 เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยและการเปิดตึกคนไข้นอกใหม่ เป็นผลให้กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เพิ่มขึ้นจาก 481 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2549 เป็น 532 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2550 ส่วนอัตรากำไรก่อน หักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA margin) อยู่ในระดับเดิมที่ 25.1% ทั้งในไตรมาส 1 ปี 2550 และ 2549

เช่นเดียวกัน บริษัทมีกำไรสุทธิ 296 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2550 เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จาก 267 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2549 อัตรากำไรสุทธิอยู่ในระดับเดิมที่ 13.9% ในไตรมาส 1 ปี 2550 และ 2549

บริษัทมีกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานเท่ากับ 0.41 บาทต่อหุ้นในไตรมาส 1 ปี 2550 เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จาก 0.37 บาทต่อหุ้นในไตรมาส 1 ปี 2549 เช่นเดียวกัน กำไรต่อหุ้นแบบปรับลดเพิ่มร้อยละ 10 จาก 0.31 บาทต่อหุ้นในไตรมาส 1 ปี 2549 เป็น 0.34 บาทต่อหุ้นในไตรมาส 1 ปี 2550

(หน่วย: ล้านบาท)
ไตรมาส 1/50
ไตรมาส 1/49
Y-o-Y Growth
รายได้รวม
2,135
1,923
11%
กำไรขั้นต้น
801
704
14%
อัตรากำไรขั้นต้น
38.9%
37.7%
กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม ราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA)
532
481
11%
อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่า เสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA Margin)
25.1%
25.1%
กำไรสุทธิ
296
267
11%
อัตรากำไรสุทธิ
13.9%
13.9%
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน
0.41
0.37
11%
กำไรต่อหุ้นแบบปรับลด
0.34
0.31
10%

2. งบดุล
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2550 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 7,008 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 6,623 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดและลูกหนี้การค้า เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 854 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 เป็น 1,045 ล้านบาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2550 จากผลการดำเนินงานของบริษัท ส่วนลูกหนี้การค้า เพิ่มขึ้นจาก 525 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 เป็น 629 ล้านบาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2550 เนื่องจากบริษัทมีลูกค้าเป็นบริษัทประกันและบริษัทคู่สัญญาที่เป็นต่างชาติมากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้เวลา ในการดำเนินการและเก็บหนี้นานขึ้น เป็นผลให้บริษัทมีระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยและยอดลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น

หนี้สินรวมของบริษัท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2550 เท่ากับ 3,096 ล้านบาท ใกล้เคียงกับ 2,994 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 เงินกู้ยืมระยะยาวของบริษัท (รวมที่ถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี) ลด ลงเล็กน้อย จาก 1,751 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 เป็น 1,669 ล้านบาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2550 เนื่องจากระหว่างไตรมาส 1 ปี 2550 บริษัทได้จ่ายคืนเงินกู้ตามกำหนดชำระ จำนวน 82 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net debt to equity) ลดลงจาก 0.24 เท่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 เป็น 0.16 เท่า ณ วันที่ 31 มีนาคม 2550 จากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะยาว และการเพิ่มขึ้นของเงินสด อัตราความสามารถชำระดอกเบี้ยของบริษัทดีขึ้น เป็น 19.1 เท่าในไตรมาส 1 ปี 2550 จาก 17.8 เท่าในไตรมาส 1 ปี 2549 จากการเพิ่มขึ้นของกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA)

ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท (ไม่รวมส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยของบริษัทย่อย) เพิ่มขึ้นเป็น 3,573 ล้านบาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2550 จาก 3,284 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 เนื่องจากกำไร สุทธิของไตรมาส 1 ปี 2550 อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์เฉลี่ยปรับเทียบเต็มปี (Annualized Average ROA) อยู่ที่ 17.4% ในไตรมาส 1 ปี 2550 และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นเฉลี่ยปรับเทียบเต็มปี (Annualized Average ROE) ยังคงสูงอยู่ที่ 31.4% สำหรับไตรมาส 1 ปี 2550

3. สภาพคล่อง
ในไตรมาส 1 ปี 2550 บริษัทมีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน จำนวน 385 ล้านบาท เทียบ กับ 365 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2549 การเพิ่มขึ้นดังกล่าว เนื่องมาจากผลกำไรที่ดีขึ้นของบริษัท กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนลดลง เป็น 103 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2550 จาก 178 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2549 เนื่องจากการชลอการลงทุนในอาคารและอุปกรณ์ เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินมีจำนวนเท่าเดิมที่ 91 ล้านบาท ทั้งในไตรมาส 1 ปี 2549 และไตรมาส 1 ปี 2550 จากการใช้คืนเงินกู้ยืมระยะยาวตามกำหนดชำระเป็นผลให้บริษัทมีเงินสดและ รายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวดเพิ่มขึ้นเป็น 1,045 ในไตรมาส 1 ปี 2550 จาก 640 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2549

อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.11 เท่าในไตรมาส 1 ปี 2550 เทียบกับ 0.78 เท่าในไตรมาส 1 ปี 2549 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของเงินสด ดังนั้นอัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว จึงเพิ่มขึ้นเช่นกัน เป็น 0.95 เท่าในไตรมาส 1 ปี 2550 จาก 0.59 เท่าในไตรมาส 1 ปี 2549

4. การเปลี่ยนแปลงวิธีการบันทึกบัญชี
บริษัทมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบันทึกบัญชีของเงินลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทร่วม และกิจการ ที่ควบคุมร่วมกันในงบการเงินเฉพาะกิจการจากวิธีส่วนได้เสียมาเป็นวิธีราคาทุน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550 เพื่อให้เป็นไปตามประกาศสภาวิชาชีพบัญชี ฉบับที่ 26/2549 เรื่องมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 44 เรื่อง งบการเงินรวมและการบัญชีสำหรับเงินลงทุนในบริษัทย่อย (แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1) โดยบริษัทได้ปรับปรุงย้อนหลังงบการเงินที่แสดงเปรียบเทียบด้วย ทั้งนี้ เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัท ร่วมที่แสดงอยู่ในงบการเงินเฉพาะกิจการนั้น บันทึกด้วยวิธีราคาทุน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนโยบาย ดังกล่าวส่งผลกระทบดังนี้

กำไรสุทธิในงบการเงินเฉพาะกิจการไม่เท่ากับกำไรสุทธิในงบการเงินรวม โดยในไตรมาส 1 ปี 2550 งบการเงินเฉพาะกิจการแสดงกำไรสุทธิ 285 ล้านบาท น้อยกว่างบการเงินรวมที่แสดง กำไรสุทธิ 296 ล้านบาท เป็นจำนวน 11 ล้านบาท และในไตรมาส 1 ปี 2549 งบการเงินเฉพาะกิจการแสดงกำไรสุทธิ 254 ล้านบาท น้อยกว่างบการเงินรวมที่แสดงกำไรสุทธิ 267 ล้านบาท เป็นจำนวน 13 ล้านบาท เนื่องจากงบการเงินเฉพาะกิจการไม่ได้รวมรายการ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนซึ่งบันทึกโดยวิธีส่วนได้เสียจำนวน 11 ล้านบาทและ 13 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2550 และ ไตรมาส 1 ปี 2549 ตามลำดับ

ผลกระทบต่องบดุลของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 มีดังต่อไปนี้

เงินลงทุนในบริษัทย่อยลดลง
(สุทธิจากส่วนเกินมูลค่าเงินลงทุน
ที่สูงกว่ามูลค่าตามบัญชีของบริษัทย่อย)
99 ล้านบาท
การแปลงค่างบการเงินลดลง
13 ล้านบาท
มูลค่าที่ตราไว้ลดลง
156 ล้านบาท
กำไรสะสมเพิ่มขึ้น
70 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนโยบายบัญชีดังกล่าวส่งผลต่อการแสดงรายการบัญชีที่เกี่ยวข้องกับ เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมในงบการเงินเฉพาะกิจการเท่านั้น ไม่ได้มีผลกระทบต่อการจัดทำงบ การเงินรวมและปัจจัยพื้นฐานในการทำธุรกิจของบริษัทแต่อย่างใด

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

 

ขอแสดงความนับถือ

 

(นายแพทย์ธนิต เธียรธนู)
กรรมการ