ข่าว

คำอธิบายและวิเคราะห์งบการเงิน ไตรมาส 3 ปี2006

Backพฤศจิกายน 15, 2549

ที่ บช./SET 49/026

14 พฤศจิกายน 2549

เรื่อง คำอธิบายและการวิเคราะห์ฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท ประจำไตรมาส 3 ปี 2549

เรียน กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

1. รายได้และค่าใช้จ่าย

ในไตรมาส 3 ปี 2549 บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,131 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จาก 1,839 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2548 เนื่องจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของกิจการโรงพยาบาล โดยที่รายได้จากผู้ป่วยในเพิ่มขึ้น 14% และรายได้จากผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้น 16%

สำหรับไตรมาส 3 ปี 2549 บริษัทฯ มีต้นทุนกิจการโรงพยาบาล 1,258 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากไตรมาส 3 ปี 2548 ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ เป็นผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น เป็น 38.4% ในไตรมาส 3 ปี 2549 จาก 38.0% ในไตรมาส 3 ปี 2548 ค่าใช้จ่ายในการบริหาร เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าที่ 31% จากไตรมาสเดียวกันในปีก่อน เป็น 329 ล้านบาทเนื่องจากโรงพยาบาล มีค่าใช้จ่ายจากการซ่อมบำรุงที่เพิ่มขึ้น จากการที่อาคารโรงพยาบาลในปัจจุบันกำลังเข้าสู่ปีที่ 10 จึงต้องมีการบำรุงรักษามากขึ้น นอกจากนั้น บริษัทฯ มีการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่า 50% ของสิทธิในการลงทุนในประเทศจีน ซึ่งเป็นเงินจำนวนประมาณ 20 ล้านบาท เป็นผลให้อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA margin) ลดลงเป็น 24.3% ในไตรมาส 3 ปี 2549 จาก 26.0% ในไตรมาส 3 ปี 2548

เมื่อเทียบผลการดำเนินงานกับไตรมาส 2 ปี 2549 รายได้รวมของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 11% เป็น 2,131 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2549 จาก 1,918 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2549 เนื่องจากไตรมาส 3 เป็นไตรมาสที่โรงพยาบาลมีธุรกรรมสูง จากการที่คนไข้ไทยกลับมาจากการ พักผ่อนจาก วันหยุดยาวในไตรมาสที่ 2 พร้อมทั้งไตรมาสที่ 3 เป็นฤดูกาลท่องเที่ยวของ คนไข้ ชาวตะวันออกกลาง ส่วนต้นทุนกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 9% ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของ รายได้ จากการประหยัดต่อขนาด (economies of scale) จากจำนวนคนไข้ที่เพิ่มขึ้น และจากแนวโน้มในการรักษาพยาบาลโรคที่มีความรุนแรงมากขึ้น (intensity factor) เป็นผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 37.7% ในไตรมาส 2 ปี 2549 เป็น 38.4% ในไตรมาส 3 ปี 2549 ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 21% จากค่าบำรุงรักษา และค่าเผื่อหนี้สูญ เป็นผลให้อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA margin) ลดลงเล็กน้อยจาก 25.4% ในไตรมาส 2 ปี 2549 เป็น 24.3% ในไตรมาส 3 ปี 2549

สำหรับงวด 9 เดือน ปี 2549 บริษัทฯ มีรายได้รวม 5,954 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จาก 5,064 ล้านบาทในงวด 9 เดือน ปี 2548 จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากผู้ป่วยใน 14% และรายได้จากผู้ป่วยนอก 22% ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลสำหรับงวด 9 เดือน ปี 2549 อยู่ที่ 3,574 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากงวด 9 เดือน ปี 2548 เป็นไปตามการขยายตัวของกิจการโรงพยาบาล ดังนั้น อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 37.4% ในงวด 9 เดือน ปี 2548 เป็น 38.0% ในงวด 9 เดือน ปี 2549 ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 16% เพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตของกิจการโรงพยาบาล เป็นผลให้อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA margin) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 24.3% ในงวด 9 เดือน ปี 2548 เป็น 24.9% ในงวด 9 เดือน ปี 2549

2. ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน ภาษีเงินได้นิติบุคคลและกำไรสุทธิ

ในไตรมาส 3 ปี 2549 บริษัทฯ มีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสียเป็น จำนวน 30 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยส่วนแบ่งจากผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ปี 2549 ของ บริษัท เอเชียน ฮอสพิทอล อิงค์ 4 ล้านบาท และกำไรพิเศษจากการลงทุนในบริษัท เอเชียน ฮอสพิ ทอล อิงค์ 26 ล้านบาท

ภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นมากเป็น 128 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2549 จาก 65 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2548 เนื่องจากบริษัทฯ ได้ใช้ผลขาดทุนสะสมทางภาษีหมดในปี 2548 และเริ่มจ่ายภาษีในอัตราเต็มในปี 2549 เป็นผลให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย จาก 16.8% ในไตรมาส 3 ปี 2548 เป็น 14.7% ในไตรมาส 3 ปี 2549 ถึงแม้อัตรากำไรสุทธิมีการปรับตัวลดลง กำไรสุทธิของบริษัทฯ ยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิมที่ 309 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2549

เมื่อเทียบผลการดำเนินงานกับไตรมาส 2 ปี 2549 ภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทฯ เพิ่ม ขึ้นจาก 100 ล้านบาท เป็น 128 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2549 คิดเป็นการจ่ายภาษีในอัตรา 27% และ 29% ตามลำดับ ถึงแม้ว่าอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA margin) ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสที่แล้ว แต่ด้วยส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนตามวิธีส่วน ได้เสียที่เพิ่มขึ้นและอัตราการจ่ายภาษีที่คงที่ ใกล้ 30% อัตรากำไรสุทธิจึงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 14.7% ในไตรมาส 3 ปี 2549 จาก 13.9% ในไตรมาส 2 ปี 2549

สำหรับงวด 9 เดือนปี 2549 บริษัทฯมีภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่ากับ 336 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 123% จาก 151 ล้านบาทในงวด 9 เดือนปี 2548 จากการที่บริษัทฯจ่ายภาษีในอัตราเต็มในปี 2549 เป็นผลให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเล็กน้อยจาก 15.4% ในงวด 9 เดือนปี 2548 เป็น 14.2% ในงวด 9 เดือนปี 2549

บริษัทฯ มีกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานเท่ากับ 0.42 บาทต่อหุ้นในไตรมาส 3 ปี 2549 และไตร มาส 3 ปี 2548 และเพิ่มขึ้น 14% จาก 0.37 บาทต่อหุ้นในไตรมาส 2 ปี 2549 เช่นเดียวกัน กำไรต่อหุ้นแบบปรับลดอยู่ในระดับเดียวกันที่ 0.36 บาทต่อหุ้นในไตรมาส 3 ปี 2549 และไตรมาส 3 ปี 2548 และเพิ่มขึ้น 16% จาก 0.31 บาทต่อหุ้นในไตรมาส 2 ปี 2549 กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานสำหรับงวด 9 เดือน ปี 2549 เท่ากับ 1.16 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 8% จาก 1.07 บาทต่อหุ้นในงวด 9 เดือน ปี 2548 เช่นเดียวกัน กำไรต่อหุ้นแบบปรับลดเพิ่มขึ้น 8% จาก 0.90 บาทต่อหุ้นในงวด 9 เดือน ปี 2548 เป็น 0.97 ต่อหุ้นในงวด 9 เดือน ปี 2549

(หน่วย: ล้านบาท)

ไตรมาส3
2549
ไตรมาส2
2549
Q-o-Q
Growth
ไตรมาส3
2548
Y-o-Y
Growth
9เดือน
2549
9เดือน
2548
Growth
รายได้รวม
2,131
1,918
11%
1,839
16%
5,954
5,064
18%
กำไรขั้นต้น
784
698
12%
673
16%
2,186
1,838
19%
อัตรากำไรขั้นต้น
38.4%
37.7%
38.0%
38.0%
37.4%
กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA)
508
486
5%
477
7%
1,476
1,226
20%
อัตรากำไรก่อนหักดอก เบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม ราคา และค่าตัด จำหน่าย (EBITDA Margin)
24.3%
25.4%
26.0%
24.9%
24.3%
กำไรสุทธิ
309
266
16%
308
0.4%
842
780
8%
อัตรากำไรสุทธิ
14.7%
13.9%
16.8%
14.2%
15.4%

3. งบดุล

ณ วันที่ 30 กันยายน 2549 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นเป็น 6,414 ล้านบาท จาก 5,728 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น ตามการขยายตัวของกิจการโรงพยาบาล และการเพิ่มขึ้นของที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ จากการสร้าง อาคารผู้ป่วยนอกและที่จอดรถใหม่ หักด้วยการลดลงของเงินฝากประจำกับสถาบันการเงินที่นำไปค้ำ ประกัน เนื่องจากได้มีการยกเลิกเงื่อนไขการดำรงบัญชีเพื่อจ่ายคืนเงินกู้

หนี้สินรวม ของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 กันยายน 2549 เท่ากับ 3,006 ล้านบาท ใกล้เคียงกับ 3,032 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548 อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net debt to equity) ลดลงเป็น 0.25 เท่า ณ วันที่ 30 กันยายน 2549 จาก 0.38 เท่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548 จากการเพิ่มขึ้นของเงินสดเป็น 861 ล้านบาท ณ วันที่ 30 กันยายน 2549 จาก 544 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548

ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นเป็น 3,044 ล้านบาท ณ วันที่ 30 กันยายน 2549 จาก 2,615 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548 เนื่องจากกำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือน ปี 2549 จำนวน 842 ล้านบาท บวกกับส่วนเกินทุนของบริษัทย่อย คือ บริษัท บำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จำนวน 162 ล้านบาท หักด้วยเงินปันผลจ่ายจำนวน 548 ล้านบาท โดยที่ในเดือนกรกฎาคม ปี 2549 บริษัทฯ ได้ลดสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท บำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย จาก100% เป็น 51% โดยการขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ร่วมทุน เป็นผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยของ บริษัทย่อยเพิ่มขึ้นมากจาก 81 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548 เป็น 364 ล้านบาท ณ วันที่ 30 กันยายน 2549 ผลตอบแทนผู้ถือหุ้นปรับเทียบเต็มปี (Annualized ROE) อยู่ที่ 19% และอัตราผลตอบ แทนจากสินทรัพย์ปรับเทียบเต็มปี (Annualized ROA) ยังคงสูงอยู่ที่ 36.8% สำหรับงวด 9 เดือนปี 2549

4. สภาพคล่อง

บริษัทฯ มีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน จำนวน 807 ล้านบาท ในงวด 9 เดือน ปี 2549 ต่ำกว่างวด 9 เดือน ปี 2548 ที่ 1,171 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของ ภาษีเงินได้ นิติบุคคลค้างจ่าย จากการจ่ายภาษีของบริษัทฯ กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนลดลงเป็น 331 ล้านบาทในงวด 9 เดือน ปี 2549 จาก 579 ล้านบาทในงวด 9 เดือน ปี 2548 เนื่องจากในงวด 9 เดือน ปี 2548 บริษัทฯ ได้ใช้เงินจำนวน 323 ล้านบาทเพื่อลงทุนในบริษัท เอเชียน ฮอสพิทอล อิงค์ เพื่อขยายธุรกิจโรงพยาบาลไปยังประเทศฟิลิปปินส์ เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินลดลงอย่างมาก เป็น 159 ล้านบาท ในงวด 9 เดือน ปี 2549 จาก 775 ล้านบาทในงวด 9 เดือน ปี 2548 เนื่องจากในปี 2549 บริษัท บำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯถือหุ้นอยู่ 51% มีเงินสดรับจากการออกหุ้นสามัญจำนวน 453 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทฯมีเงินกู้ระยะสั้นเพิ่มขึ้น 200 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลให้บริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวดเพิ่มขึ้นเป็น 861 ล้านบาท สำหรับงวด 9 เดือน ปี 2549 จาก 540 ล้านบาท ณ ในงวด 9 เดือน ปี 2548

อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 0.94 เท่าในไตรมาส 3 ปี 2549 เพิ่มขึ้นจาก 0.76 เท่าในไตร มาส 2 ปี 2549 และ 0.71 เท่าในไตรมาส 3 ปี 2548 เนื่องจากสถานะเงินสดที่ดีขึ้น เช่นเดียวกัน อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็วอยู่ที่ 0.75 เท่าในไตรมาส 3 ปี 2549 จาก 0.53 เท่าในไตรมาส 2 ปี 2549 และ 0.54 เท่าในไตรมาส 3 ปี 2548

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

ขอแสดงความนับถือ

 

(น.พ. ธนิต เธียรธนู)
กรรมการ